คลังเก็บหมวดหมู่: เนื้อหาฟุตบอล

เตรียมไล่มูรินโญ่ พลาด UCL

ว่าที่กุนซือยูไนเต็ดคนใหม่ อีกแล้วจ้า …

จะบอกว่าเป็นเรื่องตลกก็ไม่เชิง เป็นเรื่องดีก็ไม่ใช่สำหรับข่าวคราวเวลาที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ทำทีมไม่ได้ดั่งใจแฟนบอลก็มักมีวงในออกมาระบุว่าเตรียมมองหากุนซือคนใหม่เพื่อเข้ามารับตำแหน่งอีกแล้ว ล่าสุดหลังจากทำผลงานพ่ายแพ้แบบคนละชั้นกับอริร่วมเมืองอย่างแมนฯ ซิตี้ ก็มีข่าวประโคมออกมาระลอกใหม่ว่าบอร์ดบริหารเตรียมวางตัวกุนซือผู้ที่ต้องการจะดึงเข้ามาแทนที่อีกครั้ง

คน ๆ นั้นก็ไม่ใช่คนอื่นไกลเลยช่วงต้นซีซั่นที่ทำผลงานได้ย่ำแย่ก็มี ซีเนอดีน ซีดาน โผล่ขึ้นมาให้แฟนผีได้ใจเต้นรัวกันแบบขำ ๆ แต่พอทำผลงานได้ดีขึ้น ชื่อนี้ก็ค่อย ๆ หายไปจากสาระบบความน่าสนใจ กระทั่งหลังศึกแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชื่อว่าที่กุนซือคนใหม่ (แต่หน้าเก่า) ก็โผล่ขึ้นมาให้ได้คึก ๆ คัก ๆ กัน เขาคนนั้นก็คือ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ยอดผู้จัดการทีมชาวอาร์เจนติน่า ที่ปัจจุบันคุมทัพ “ไก่เดือยทอง” ในกรุงลอนดอนอยู่นั่นเอง

จริง ๆ ต้องบอกว่าเจ้านายใหญ่ของท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ รายนี้มีชื่อเข้ามาพัวพันการสั่นสะเทือนเก้าอี้ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ของ มูรินโญ่ อยู่บ่อยครั้ง พูดง่าย ๆ ว่าเวลามีข่าวทัพปีศาจต้องการปลดกุนซือเลือดโปรตุกีสทีไร ชื่อของ โปเช็ตติโน่ ต้องโผล่มาให้ได้ลุ้นเสมอ คำถามที่น่าสนใจคือมีประเด็นใดบ้างที่กุนซือรายนี้มีสิทธิ์เข้ามากุมบังเหียนคนต่อไป

ตามข่าวล่าสุดว่ากันว่า สิ่งเดียวที่ มูรินโญ่ ต้องโดนเด้งออกจากตำแหน่งคือ เขาไม่สามารถพาทีมจบอันดับ 4 เพื่อไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่นหน้าได้ ซึ่งเมื่อดูจากตารางคะแนนล่าสุดก็ต้องบอกว่าโหดใช่เล่นกับการอยู่อันดับ 8 ของตาราง แถมผลงานก็ 3 วันดี 4 วันเข้าห้องคนไข้แบบนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าพอท้ายซีซั่นจริง ๆ หน้าตาของทีมมันจะออกมาอย่างไร พูดแล้วก็อดเศร้าใจแทนแฟนแมนฯ ยูฯ ไม่ได้จริง ๆ ว่านับตั้งแต่หมดยุค เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พวกเขาก็ทำผลงานได้ไม่เหมือนก่อนอีกแล้ว

แม้นี่เป็นเพียงช่วงเวลาของการคาดเดา แต่มันก็ทำให้ลึก ๆ ในใจของ มูรินโญ่ รู้ดีว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์อะไรอยู่ ไม่ใช่แค่แฟนบอลเท่านั้นที่เขาต้องแบกรับภาระ แต่ยังมีปัญหาของนักเตะบางคน บอร์ดบริหาร และอื่น ๆ อีกจิปาถะให้เขาต้องจัดการ นี่มีข่าวว่าที่กุนซือคนใหม่โผล่มาอีกแล้ว ไม่แปลกเลยจริง ๆ ที่ผมของแกจะขาวโพลนเต็มที่แบบนั้น

แมดดิสัน บอก ตนเองสมควรเป็นตัวจริงให้จิ้งจอก

แมดดิสัน บอก อยู่กับเลสเตอร์และปูแอล เหมือนอยู่บ้าน

เจมส์ แมดดิสัน มิดฟิลด์ดาวรุ่งของสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ รู้สึกดีมากกับเริ่มต้นที่ดีของตัวเองในฤดูกาลแรกในพรีเมียร์ลีก และต่อมายังถูกเรียกตัวขึ้นไปติดทีมชาติอังกฤษอีกด้วย กองกลางรายนี้ได้รับความสนใจอย่างมากหลังจากสร้างความประทับใจในการเล่นให้กับ นอริช ซิตี้ จนทำให้เลสเตอร์ ต้องจ่ายเงิน 25 ล้านปอนด์เพื่อนำตัวมาร่วมทีมเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเงินที่ใช้ในการตัดสินได้อย่างถูกต้องอย่างมากกับการคว้าตัวดาวเตะวัย 21 ปี ภายหลังจากผลงานในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล 2018-19

แมดดิสัน สร้างความประทับใจได้ตั้งแต่เกมแรกหลังจากทำประตูได้ทันทีในการเปิดตัวนัดที่เลสเตอร์ บุกไปแพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และกลายมาเป็นนักเตะคนสำคัญของ โคล้ด ปูแอล กุนซือชาวฝรั่งเศสของทีมสุนัขจิ้งจอกอยู่ในเวลนี้

“มันยอดเยี่ยมมากตั้งแต่ผมเซ็นสัญญา ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาที่นี่ผมปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ผมมีความสุขกับการตัดสินใจที่จะมาเล่นให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ผมได้เริ่มต้นลงเล่นเกมทั้งหมด แล้วผมก็ได้ผลตอบแทนที่ดีและอาจจะยาวนานได้ มีการแข่งขันกันมากสำหรับที่นี่ มันคือพรีเมียร์ลีก เรามีทีมที่มีพรสวรรค์เรามีผู้เล่นที่ดีมากมายในห้องแต่งตัว มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะได้โอกาสลงเล่นเป็น 11 ตัวจริง แต่ผมได้ทำงานหนักในช่วงก่อนเปิดฤดูกาลและฟอร์มการเล่นของผมค่อนข้างดี ดังนั้น ผมคิดว่าผมสมควรได้รับการออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแล้ว” แมดดิสัน บอกเว็บไซต์ของ เลสเตอร์ซิตี้

ฟอร์มการเล่นของ แมดดิสัน ยังสร้างความประทับใจให้กับ แกเร็ธ เซาธ์เกต นายใหญ่ของทีมชาติอังกฤษ ซึ่งนำไปสู่พื้นที่ในทีมชาติเมื่อเร็วๆนี้ในนัดที่พบกับ โครเอเชีย และ สเปน แม้ว่าจะยังไม่ได้รับโอกาสในการลงเล่นใดๆแต่อดีตดาวเตะของ โคเวนทรี ซิตี้ ยังคงมุ่งมั่นเพื่อให้แน่ใจว่ามาตรฐานของตัวเองจะไม่ตกลงไปหลังจากการออกเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงเริ่มต้นชีวิตค้าแข่งที่ คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม

“ผมมักจะเชื่อในความสามารถของตัวเองที่ผมสามารถมาถึงระดับนี้และมีผลงานแบบนี้ ผมจะไม่พูดว่ามันง่ายในขณะที่คุณต้องเจอกับฝ่ายตรงข้ามที่ยากลำบากจริงๆ แต่มันเป็นก้าวย่างที่สูงขึ้นและผมได้เพลิดเพลินกับมัน หวังว่าผมจะสามารถรักษาฟอร์มการเล่นระดับสูงและฟอร์มที่ดีของผมเอาไว้ได้กับช่วงที่เหลือของฤดูกาล”

โด้ ได้กลับบ้านเก่าอีกครั้ง

โด้ ได้กลับบ้านเก่าอีกครั้ง

กับการโคจรได้มาพบกันอีกครั้งของทัพ ยูเวนตุส กับสโมสรชื่อดังของอังกฤษอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทัพของ โชเซ่ มูรินโญ่ ในการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่นนี้ นอกจากการเป็นซุปเปอร์บิ๊กแมตช์ที่น่าดูยามทั้งสองทีมต้องลงสนามกันแล้วนี่จะเป็นอีกครั้งที่ซุปเปอร์สตาร์ดาวเตะเบอร์ 1 ของโลกอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้หวนคืนถิ่นเก่าบ้านหลังเดิมที่เคยปลุกปั้นเขาตั้งแต่ยังเป็นดาวรุ่งไร้เดียงสาให้กลายมาเป็นดาวเตะชื่อดังภายใต้หลังคาสนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หากยังจำกันได้เมื่อตอนที่เขาเล่นให้กับ เรอัล มาดริด มีคิวต้องมาดวลแข้งกับ ปีศาจแดง ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นี่แหละ การกลับมาเยือนถิ่นเก่าของเขาได้รับเสียงปรบมือจากแฟนบอลกึกก้องไปทั่วสนาม โอลด์แทร็ฟฟอร์ด ทำนองว่าแม้เจ้าตัวจะตัดสินใจย้ายไปเล่นให้กับทีมอื่นแล้วแต่ชาว “เร้ด อาร์มี่” ทุกคนยังคงรักยังคงผูกพันและพร้อมยินดีกับทุกความสำเร็จของดาวเตะชาวโปรตุกีสรายนี้เหมือนเดิมใครที่เป็นแฟน แมนฯยู ช็อตที่ผู้ประกาศในสนามพูดผ่านไมโครโฟนว่า “And Welcome Back Cristiano Ronaldo”คืออะไรที่ทำให้แฟนบอลอดที่จะปรบมือให้เขาไม่ได้จริง ๆ

ขวัญใจแฟนบอล “เร้ดเดวิลส์” หวนกลับถิ่น ปีศาจแดง ในนามศัตรู

แถมในเกมดังกล่าว เจ้าตัวยิงประตูทีมเก่าได้นอกจากจะไม่แสดงท่าดีใจออกมาแล้วยังยกมือพลางเหมือนทำท่าขอโทษแฟนบอลด้วยวิถีของการเป็นนักเตะอาชีพอีกต่างหากเห็นแบบนี้ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าการที่เขาต้องโคจรกลับมายังถิ่นเก่าอีกครั้งในฐานะดาวเตะหน้าใหม่ของ ม้าลาย แฟนบอลจะยังคงให้การต้อนรับดีเหมือนเคยหรือไม่ และอีกสิ่งที่เชื่อว่าเราน่าจะได้เห็นแน่ ๆ เมื่อเขากลับมาเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด คือภาพของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เข้ามาชมเกมในสนาม ถ้าพีคกว่านั้นอาจมีการไปจับมือกันในห้องแต่งตัวนักเตะก็ได้ใครจะไปรู้ เพราะ โรนัลโด้ ถือเป็นลูกรักคนหนึ่งของ เฟอร์กี้ ขณะที่ดาวเตะรายนี้เองก็เคยพูดว่า เฟอร์กี้ เปรียบได้กับพ่อคนที่ 2 ของเขาจึงไม่แปลกหากพ่อลูกคู่นี้จะพบปะเพื่อพูดคุยกันตามประสาคนคิดถึง มันอาจเป็นแมตช์ที่น่าสนใจแมนช์หนึ่งในสายตาแฟนบอลทั่วไปแต่สำหรับแฟนบอล ปีศาจแดง แล้วพวกเขาค่อนข้างตื่นเต้นมากพอสมควรกับการที่จะได้เห็นอดีตสตาร์ที่พวกเขารักกลับมาวาดลวดลายในบ้านที่เขาคุ้นเคยอีกครั้งแม้จะในฐานะทีมเยือนก็ตามมั่นใจได้เลยว่าเสียงปรบมือกันดังลั่นไปทั่วสนามจะถูกทำให้ชายคนนี้อย่างแน่นอนชายที่เคยบอกว่าหัวใจของเขายังคงเป็นยูไนเต็ดเสมอ

เป๊ป กวาร์ดิโอลา

5 นักเตะที่เกลียด เป๊ป กวาร์ดิโอลา

แน่นอนว่า เป๊ป กวาร์ดิโอลา ในเวลานี้คือ 1 ในผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในโลกอย่างไม่มีข้อสงสัย สำหรับกลยุทธ์และรูปแบบการเล่นของเขาและยังสำหรับการชนะถ้วยรางวัลในทุกที่ที่เขาไปคุมทีม นอกเหนือจากสิ่งนี้แล้วเขายังได้รับการยกย่องว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในการปั้นนักเตะระดับโลก เลโอเนล เมสซี่, เซอร์กี้ บุสเกตส์, เปโดร, เลรอย ซาเน่ เป็นต้น อย่างไรก็ตามมีผู้เล่นบางคนที่เกลียดเขาจนเกือบจะล้มเลิกอาชีพของตัวเองเลยทีเดียว และต่อไปนี้เป็นนักฟุตบอล 5 คนที่เกลียด เป๊ป กวาร์ดิโอลา

1. ดันเต้

ดันเต้ และ เจอโรม บัวเต็ง กลายเป็นปราการหลังคู่กลางระดับโลก พวกเสียแค่ 15 ประตูในบุนเดสลีกาเมื่อเล่นด้วยกันทำให้เชื่อกันว่าน่าจะเป็นความหวังของทีมไปอีกนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากชนะเลิศ 3 รางวัลภายใต้ จุ๊ป ไฮย์เกส
อย่างไรก็ตามหลังจาก เป๊ป กวาร์ดิโอลา เข้ามาจัดการเขี่ยดันเต้ ออกจากทีม เหตุผล? ดันเต้ไปผิดพลาดแบบโง่เง่าในเกมแรกของกุนซือชาวสเปน ด้วยการทำเข้าประตูตัวเอง หลังจากนั้นเป๊ปก็ขายดันเต้ทิ้งไปแบบไม่ใยดี

2. อเล็กซานเดอร์ เคล็บ

เคล็บ เป็นการเซ็นสัญญาครั้งแรกของเป๊ปที่บาร์เซโลน่า แต่เขาไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาลและในเดือนมีนาคม 2009 เคล็บ ตัดสินใจว่าเขาไม่ต้องการเน่าเปื่อยอยู่บนม้านั่งที่คัมป์นู ซึ่งเป๊ปมองว่าเคล็บไม่ใส่ใจที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นโดยเฉพาะเรื่องของภาษา

3. ยาย่า ตูเร่

เมื่อ กวาร์ดิโอลา มาคุมทีมเขาต้องการเริ่มต้นด้วย เซอร์กี้ บุสเกตส์ ทำให้กองกลางชาวไอวอรี่โคสต์ รู้สึกเหมือนคนจรจัดและทั้ง 2 คนแทบไม่ได้พูดคุยกันเลย เขาก็เริ่มมองหาการย้ายออกไปจากคัมป์นู ในที่สุดเมื่อเขาได้ข้อเสนอจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้ว่าเป๊ปได้ตัดสินใจที่จะพูดกับเขาแต่มันก็สายเกินไปแล้ว 6 ปีต่อมา “ความบาดหมาง” ยังคงดำเนินต่อไปที่เอทิฮัดด้วย ตูเร่ถูกทิ้งอีกครั้งเมื่อเป๊ปมาถึงและยืนยันว่ากองกลางรายนี้และเอเย่นต์ของตูเร่ ต้องขอโทษเขาสำหรับความคิดเห็นที่พวกเขามีต่อตนเอง

4. ซามูเอล เอโต้

เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่เปิดเผยมากที่สุดตลอดกาล เขาได้พูดถึงทุกสิ่งทุกอย่างและได้ชี้แจงชัดเจนว่าเขาไม่ชอบเป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการชาวสเปนไม่เต็มใจที่จะให้เอโต้อยู่ที่สโมสรแม้ว่าเขาจะเป็นคนสำคัญของทีม ในช่วงฤดูร้อนเอโต้และเป๊ป กลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งเมื่อ อินเตอร์ มิลาน พบกับ บาร์เซโลน่า ในรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก “เขาจับมือกับผมตอนที่ผมอยู่ที่อินเตอร์ แต่นนั่นเป็นแค่หน้ากล้องทีวี แต่หลังการแข่งขันเขาไม่ได้ทักทายผม” เอโต กล่าว

5. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

ซลาตัน เป็นนักเตะกองหน้าที่ดีที่สุดคนหนึ่งในโลกที่มาพร้อมกับความคาดหวังที่สูงลิบ แต่ดูเหมือนว่าเป๊ปและซลาตันจะไม่สามารถทำงานได้โดยเฉพาะในรูปแบบการเล่นที่เป๊ปให้ความสำคัญกับเมสซี่ในการเป็นศูนย์กลางในเกมส์รุก ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับดาวยิงสวีดิชที่ต้องปรับตัวและกลายเป็นความขัดแย้งเรื่อยมาจนสลาตันต้องไปจากทีมในที่สุด

เลาตาโร่ มาร์ติเนซ เตรียมเข้า อินเตอร์ มิลาน

เตเบซ เผย อินเตอร์จะรัก เลาตาโร่

คาร์ลอส เตเบซ อดีตกองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่า เชื่อว่าสโมสร อินเตอร์ มิลาน จะต้องรัก เลาตาโร่ มาร์ติเนซ กองหน้าดาวรุ่งเพื่อนร่วมชาติอย่างแน่นอน เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ซึ่งจะเข้ามาเล่นให้กับสโมสรงูใหญ่ ด้วยค่าตัวประมาณ 25 ล้านปอนด์ ในช่วงซัมเมอร์นี้และมาพร้อมกับชื่อเสียงที่กำลังโด่งดัง โดยนักเตะวัย 20 ปีได้ทำประตู 17 นัดใน 25 นัดในฤดูกาลล่าสุดให้กับสโมสร ราซิ่งคลับ และเคยถูกเรียกตัวติดทีมชาติอาร์เจนตินาชุดใหญ่มาแล้วด้วย

“เขาเป็นนักเตะอะไรนะเหรอ เขาหิวกระหาย ไร้ความปรานีและมีพรสวรรค์ทางเทคนิค เขาทำให้ผมนึกถึงตัวเองเมื่อไม่กี่ปีก่อน เขาเป็นนักเตะหนุ่มอาเจนไตน์ที่ดีมากและจะดีมากขึ้นเรื่อยๆ อินเตอร์เซ็นสัญญากับเขาและพวกเขาจะต้องรักนักเตะคนนี้ ผมกลับไปที่โบคาร์ หลังจากกลับจากการไปเล่นที่จีน แต่ผมก็บาดเจ็บกล้ามเนื้อ”

“และผมก็มั่นใจว่า พออายุมากขึ้นการรักษาตัวจะใช้เวลานานกว่าเดิม ผมไม่สามารถไปฟุตบอลโลกได้ แค่มองไปที่ อิคาร์ดี้ เมาโร เป็นนักเตะชั้นนำ แต่การแข่งขันก็มีมาก ดิบาร์ล่า และ อิกัวอีน ก็ไม่สามารถมองข้ามได้ ผมหวังว่าจะมีฟุตบอลโลกที่ยอดเยี่ยมจากพวกเขา”

ความผิดพลาดของมูริณโญ่

ข้อผิดพลาดของมูริญโญ่ ในฤดูกาล 2018

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้ว่าการจบในอันดับที่ 2 จะไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่แฟนบอลทีมปีศาจแดงคาดหวังเอาไว้แน่นอน โดยเฉพาะการมีกุนซือที่ได้ชื่อว่าเก่งที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้อย่าง โชเซ่ มูริญโญ่ คุมทีม รวมทั้งการซื้อนักเตะค่าตัวแพงระดับโลกอย่าง ปอล ป็อกบา และการดึงนักเตะระดับ อเล็กซิส ซานเชส มาร่วมทีมด้วยค่าเหนื่อยมหาศาล ทำให้ความคาดหวังมีมากขึ้นและควรจะได้ลุ้นมากกว่านี้แต่กลับล้มเหลวอย่างรวดเร็ว แถม ผลบอลเมื่อคืน ก่อนหน้านนี้ เจ้าตัวก็พาทีมอดถ้วยเอฟเอคัพอีกต่างหาก

ทำลายสปิริตในทีมด้วยตัวเอง

การวิพากษ์วิจารณ์นักเตะของตัวเองออกอากาศ เป็นสิ่งต้องห้ามที่ไม่ควรทำแต่มูริญโญ่ก็ทำมันหลายครั้ง หลายครั้งที่กุนซื้อโปรตุกีสเลือกปกป้องตัวเอง โดยโยนความผิดพลาดให้กับนักเตะแทน ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่คนอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตนายใหญ่ของปีศาจแดงไม่เคยทำแม้ว่าลูกทีมจะทำเรื่องผิดผลาดร้ายแรงแค่ไหนก็ตาม

การใช้นักเตะผิดวิธี

ปอล ป๊อกบา คือความคาดหวังเมื่อย้ายมาด้วยสถิติโลก แม้ มูริญโญ่ เลือกใช้ป๊อกบาในฐานะมิดฟิดล์ตัวรับ แทนที่จะให้เจ้าตัวเล่นในบทบาทเกมส์รุกเหมือนที่เคยเล่นให้กับยูเวนตุสต้นสังกัดเก่า รวมทั้งกับในทีมชาติฝรั่งเศส ทำให้ศักยภาพของปํอกบา ลดลงจนบางทีกลายเป็นตัวตลกและการวิจารณ์ของแฟนบอลปีศาจแดงเอง

เล่นเกมส์รับมากเกินไป

สไตล์การทำทีมของมูริณโญ่ไม่ยังคงเหมือนเดิมคือเน้นความเหนียงแน่นในเกมส์รับ แต่นั่นก็ทำให้ทีมเสียแต้มไปอย่างน่าเสียดายในหลายๆครั้ง ทั้งที่จริงๆแล้วศักยภาพของนักเตะในทีมการเล่นเกมส์รุกสามารถทำได้ดีกว่านี้ ซึ่งนี่ทำให้แฟนปีศาจแดงไม่พอใจอย่างมาก

เซ็นต์สัญญากับ อเล็กซิส ซานเชซ

อเล็กซิส ซานเชซ เป็นนักเตะระดับโลกก็จริง แต่หากดูคุณภาพของเขาในหลายๆเกมส์จะพบว่าเขาไม่ได้เล่นคุ้มค่าเหนื่อยที่ทีมปีศาจแดงจ่ายให้ แถมการมาของซานเชสนั้นดูเหมือนจะทำให้มีผลเสียต่อดาวรุ่งของทีมคนอื่นๆ มากกว่าจะเป็นผลดีทั้ง มาคัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โดยเฉพาะรายหลังฟอร์มกลงไปจนทำให้คาดกันว่าเจ้าตัวเตรียมจะไปจากทีมในเร็วๆนี้ด้วย เพราะในระยะหลังดาวเตะฝรั่งเศสดูจะไม่พอใจการกระทำของทีมหลายครั้ง ซึ่งเริ่มตั้งทีมยกเสื้อเบอร์ 7 ของเขา ให้กับ ซลาตัน อิบราฮิมโมวิช มาเมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน ดังนั้น ในฤดูกาลหน้าจะเป็นบททดสอบที่ชัดเจนที่สุดว่ามูริโญโญ่จะยังเหมาะกับการเป็นผู้จัดการทีมปีศาจแดงหรือไม่

รูเบน เนเวส ผู้กำลังจะมาแทน เอมเร่ ชาน

รูเบน เนเวส ผู้กำลังจะมาแทน เอมเร่ ชาน

ไม่เพียงแค่การจากไปของคูติญโญ่ที่ทิ้งช่องโหว่ในแดนกลางให้ลิเวอร์พูลเอาไว้ แต่หลังจบฤดูกาลนี้หงส์แดงยังต้องเสีย เอมเร่ ชาน มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมันไปอีกคนถึงแม้ว่าจะยังไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางของชานจะอยู่ที่ไหนกันแน่ ทำให้ลิเวอร์พูลจำเป็นต้องมองหากองกลางคนใหม่เข้ามาเสริมทีมเพราะเท่าที่มีอยู่นั้นไม่พออย่างแน่นอน เราะจะเหลือแค่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน,จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม,อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และเจมส์ มิลเนอร์เท่านั้น ไม่รวมที่ได้มาก่อนหน้านี้อย่าง นาบี้ เกอิต้า

แม้ว่าจะดูเหมือนเยอะแต่ก็ต้องบอกว่าทั้งหมดนั้นยังไม่น่าจะพอที่จะยกระดับทีมให้ประสบความสำเร็จได้ อีกทั้งมิลเนอร์เองก็อายุมากขึ้นกว่าที่จะเป็นตัวหลัก ไวจ์นัลดุมเอก็ฟอร์มไม่สม่ำเสมอ เช่นเดียวกับแชมเบอรืแลนที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย จึงไม่แปลกที่หงส์แดงจะมีข่าวกับนักเตะกองกลางอยู่เรื่อยๆ อย่างก่อนหน้านี้ก็คือ จอร์จินโญ่ กองกลางบราซิลที่เลือกเล่นให้กับทีมชาติอิตาลี แต่ดูเหมือนว่าจะเจอกระดูกชิ้นโตอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่พร้อมจะทุ่มเงินมาร่วมทีมเช่นกัน แต่ที่มาแรงในเวลานี้ก็คือ รูเบน เนเวส เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติโปรตุเกสของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ในลีกแชมเปี้ยนชิพ ที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้า ซึ่งฟอร์มของเนเวสนั้นโดดเด่นมากจนทำให้หลายทีมจับตามอง เจ้าตัวเพิ่งจากย้ายมาจากปอร์โต้ยักษ์ใหญ่ของลีกโปรตุเกสมาในฤดูกาลที่ผ่านมานี่เองท่ามกลางความแปลกใจของหลายๆคนเพราะคิดว่าเจ้าตัวควรไปเล่นให้กับทีมใหญ่ๆมากกว่าหากเทียบกับระดับฝีเท้า

แต่ว่าเนเวสเชื่อคำแนะนำของ ฮอร์เก้ เมนเดสหรือจอร์จ เมนเดส ซุปเปอร์เอเย่นต์ที่ดูแลนักเตะหลายๆคน รวมถึงคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ด้วย ว่าให้ลองมาหาประสบการณ์ในแชมเปี้ยนชิพของอังกฤษก่อนที่ก้าวไปเล่นให้ทีมที่ใหญ่กว่า ซึ่งเนเวสก็ทำได้ดีมากอย่างที่เมนเดสคิดเอาไว้ โดยจุดเด่นของเนเวสนั้นก็คือการทำเกมส์และการยิงประตูจากนอกกรอบเขตโทษ เพราะฤดูกาลนี้เนเวสยิงไป 6 ประตูจากนอกกรอบเขตโทษเลยทีเดียว ซึ่งก็น่าจะเป็นตัวแทนที่ดีของเอมเร่ ชาน หรือแม้แค่ตูติญโญ่เองก็ตาม เพราะช่วงหลังๆมานี่ประตูของลิเวอร์พูลจากนอกกรอบเขตโทษนั้นมีให้เห็นน้อยมาก

ซึ่งโอกาสของเนเวสกับลิเวอร์พูลนั้นน่าจะมีมากกว่าจอร์จิญโญ่ เพราะเมนเดสเองดูเหมือนจะเป็นคนกำหนดชะตาของเนเวสมากกว่าต้นสังกัดอย่างวูล์ฟแฮมป์ตัน และแนวโน้มตอนนี้เมนเดสน่าจะเลือกหงส์แดงเป็นสโมสรใหม่ของมิดฟิลด์ดาวรุ่งรายนี้อย่างค่อนข้างแน่แล้ว ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่าง 2 สโมสรในอีกไม่นานนี้นั่นเอง

5 ว่าที่นายใหม่ของปืนใหญ่ อาร์เซน่อล

5 ว่าที่นายใหม่ของปืนใหญ่ อาร์เซน่อล

หลังจากอาร์แซน เวนเกอร์ ประกาศปิดตำนานการคุมทีม ปืนใหญ่ อาร์เซน่อลไปหลังจบฤดูกาลนี้ทำให้ทีมปืนใหญ่ต้องมองหาผู้จัดการทีมคนใหม่เพื่อมารับหน้าที่แทนเวนเกอร์ที่คุมทีมมาอย่างยาวนานกว่า 22 ปี ไปดูกันดีกว่าว่า ว่าที่นายใหม่ของอาร์เซน่อลมีใครกันบ้าง

  1. คาร์โล อันเชลอตติ

อาจเรียกได้ว่าเป็นกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เคยมีมาบนโลกก็ได้ เพราะไม่ว่าไปคุมทีมใดก็ตามจะพาทีมได้แชมป์ลีกเสมอ ตั้งแต่ที่บ้านเกิดกับ ยูเวนตุสและเอซีมิลาน ในอังกฤษกับเชลซี ฝรั่งเศษกับปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง สเปนกับเรอัลมาดริดและล่าสุดกับแชมป์บุนเดสลีกากับบาเยิร์นมิวนิก ซึ่งไม่มีผู้จัดการทีมคนไหนในโลกเคยทำได้ อัลเชลอตติจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดแถมยังว่างงานด้วย แต่ปัญหาก็อาจจะเป็นเรื่องที่ทีถ้าสังเกตให้ดีภายหลังจากทีมประสบความสำเร็จแล้วอยู่ๆฟอร์มก็จะตกลงไปแบบน่าแปลกใจ หากว่าอาร์เซน่อลเลือกต้องการคนทำทีมในระยะยาวแบบเวนเกอร์อัลเช่อาจจะยังไม่ใช่คำตอบก็ได้

  1. ดิเอโก ซิเมโอเน่

ผู้จัดการทีมของแอตเลติโก มาดริด ได้รับการยอมรับในฝีมืออย่างมากในช่วงหลายฤดูกาลหลังมานี้ เพราะเป็นคนเปลี่ยนทีมตราหมีให้ขึ้นมาทาบชั้น 2 ทีมยักษ์ใหญ่ของสเปนได้อย่างน่าชื่นชม แต่ปัญหาก็คือทีมตราหมีคงไม่มีวันปล่อยกุนซือคนเก่งไปง่ายๆแน่นอน

  1. มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี

เป็นกุนซืออิตาเลียนอีกคนที่ระยะหลังทำผลงานการคุมทีมได้ดีทั้งกับเอซีมิลาน และช่วงหลังกับยูเวนตุส อัลเลกรีได้รับความชื่นชมอย่างมากว่าเป็นกุนซือที่มีแท็กติกการเล่นที่หลากหลาย แถมทำทีมที่ไม่น่าเบื่อเหมือนกับกุนซืออิตาเลียนคนอื่นๆด้วย

  1. โทมัส ทูเคิ่ล

แม้ว่าจะไม่มีถ้วยรางวัลหรือเกียรติประวัติมากมายเหมือนคนอื่น แต่ก็เป็นผู้จัดการทีมอายุน้อยที่ไฟกำลังแรง สามารถเค้นเอาศักยภาพนักเตะออกมาได้ดี โดยเฉพาะกับปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง กองหน้าปืนใหญ่ในเวลานี้ที่หากจะบอกว่าเป็นเพราะทูเคิ่ลนี่เองที่ดึงเอาความสามารถของกองหน้ารายนี้ออกมาได้

  1. เธียร์รี่ อองรี

เป็นตำนานของอาร์เซน่อล ที่แน่นอนว่าบารมีของอองรีนั้นมีเต็มเปี่ยมอย่างแน่นอน และหากปืนใหญ่เสนอตำแหน่งให้ก็มีโอกาสสูงที่เจ้าตัวจะยอมรับ แต่ปัญหาของอองรีก็คือไม่มีประสบการณ์คุมทีมเลยแม้แต่น้อยการเอามาคุมทีมปืนใหญ่เวลานี้จึงดูมีความเสี่ยงกับการจะล้มเหลวมากเกินไป

ดิเอโก้ ซิเมโอเน่

3 ว่าที่นายใหม่ของเชลซี

ฤดูกาลนี้น่าจะถือว่าเป็นฤดูกาลแห่งความน่าผิดหวังมากๆชองเชลซี เพราะไม่เพียงแค่หมดลุ้นแชมป์ลีกไปอย่างรวดเร็ว ถ้วยใบใหญ่ของยุโรปก็ดวงไม่ดีนักเมื่อต้องไปเจอกับบาร์เซโลน่าทำให้ตกรอบไปอีก ผลงานในลีกที่ค่อนข้างย่ำแย่เพราะแม้แต่การจะคว้าอันดับ 4 เพื่อสิทธิ์ในการไปเล่น ชปล.ฤดูกาลหน้ายังดูจะยากมากๆอีกด้วยเพราะไล่ตามลิเวอร์พูลกับสเปอร์สอยู่ค่อนข้างจะห่าง เป้นที่คาดกันว่าโรมับ อบาโมวิช ผู้ที่ไม่ทนกับความล้มเหลวได้นานๆน่าจะให้ซองขาวเพื่อเป็นค่าชดเชยให้คอนเต้ไปหางานใหม่ได้ ซึ่งระดับคอนเต้เองนั้นก็คงไม่ใช่เรื่องยากน่าจะมีงานรออยู่ทั้งการกลับไปคุมทีมชาติอิตาลีที่เข้าสู่ยุคมืดจากการไม่ได้ไปเล่นบอลโลก หรือไปคุมเอซี มิลาน ที่มีข่าวอยู่ก่อนหน้านี้

ส่วนทางเชลซีนั้นจะเอาใครมากุมบังเหียนแทนดี ?

1.ดิเอโก้ ซิเมโอเน่

ความสัมพันธ์ของเชลซีกับแอตเลติโก มาดริด ในช่วงหลายปีนี้เกี่ยวพันธ์กันอย่างแนบแน่นเลยทีเดียวจากการซื้อขายตัวผู้เล่นกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งชื่อของซิเมโอเน่นายใหญ่ตราหมีเป็นอันดับต้นๆที่แฟนเชลซีอยากได้เพราะผลงานที่พาทีมขึ้นมาสู้กับ 2 บิ๊กทีมอย่าง เรอัล มาดริด กับบาร์เซโลน่าได้อย่างสง่าผ่าเผย อาจถือว่าเป็นยุคที่ดีที่สุดของทีมตราหมียุคหนึ่งเลยก็ว่าได้ ทำให้การจะไปเอาซิเมโอเน่มาคุมนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะมันอาจเป็นการทำให้ทีมตราหมีกลับเข้าอยู่ในสถานะทีมกลางๆตารางเหมือนก่อนที่ซิเมโอเน่จะมาคุมก็ได้ แต่ทั้งนี้อำนาจเงินของโรมัน อับราโมวิช อาจจะมากพอจะโน้มน้าวซิเมโอเน่ได้เหมือนกัน

2.คาร์โล อันเชล็อตติ

คนเก่าหน้าเดิมที่เคยคุมเชลซีมาแล้ว ช่วงปี 2009-2011 ซึ่งสถิติก็สวยหรูไม่น้อยเพราะพาทีมได้แชมป์พรีเมียร์ลีก และ เอฟเอ คัพ ฤดูกาล 2009/10 รวมถึงเกียรติยศอื่นๆอีกมากมาย ถือว่าเป็นกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของวงการลูกหนังโลก แต่ปัญหาก็คือเจ้าตัวเองจะอยากมารับเผือกร้อนๆอีกครั้งหรือไม่เท่านั้นเอง เพราะอย่าลืมว่าความล้มเหลวแค่ฤดูกาลเดียวก็มากพอที่จะทำให้ตกงานได้แล้ว

3.หลุยส์ เอ็นริเก้

มีความคล้ายคลึงกับเป๊ป กวาดิโอล่า หลุยส์ เอ็นริเก้ เป็นผู้จัดการทีมที่ทำทีมได้สนุกจากการเกมส์รุก และตอนนี้ก็ยังว่างงานอีกด้วย หลังจากที่ลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีมบาร์เซโลน่า หลังจบฤดูกาล 2016/17 เอ็นริเก้ แต่แม้ว่าจะประสบความสำเร็จมากมายกับบาร์ซ่า แต่ก็ถูกตั้งคำถามเหมือนกับเป๊ปเช่นกันว่าที่ทำได้เพราะนักเตะในทีมอยู่ในระดับเทพอยู่แล้ว ซึ่งหากอบราโมวิชต้องการเป๊ปจริงๆก็น่าจะเป็นไปได้สูงเช่นกัน

ซึ่งก็ต้องตามไปดูว่าในฤดูกาลหน้านายใหญ่ของเชลซีจะเป็นใครกัน แต่ที่แน่ๆก็จะต้องพบกับความกดดันมหาศาลในการเอาแชมป์ลีกกลับคืนมา รวมถึงถ้วยใบใหญ่ของยุโรปด้วย

คอนเต้ไม่ห่วงอนาคต

คอนเต้ บอกไม่ห่วงอะไรกับอนาคตในถิ่นเชลซี

หลังจบฤดูกาลนี้เชื่อว่าสองกุนซือเก้าอี้ร้อนสุดคงหนีไม่พ้น สองทีมจากลอนดอนอย่าง อาร์แซน เวงเกอร์ ของอาร์เซนอล และ อันโตนิโอ คอนเต้ จากเชลซี รายแรกยังพอเหลือรายการให้ลุ้นอย่าง ยูโรป้า ลีคอยู่ แต่กรณีของ คอนเต้ แม้จะเหลือถ้วยเอฟเอคัพให้ได้ลุ้นอยู่ บอกเลยว่าดูทรงแล้วไม่น่ารอดไปได้ แม้ว่าเจ้าตัวจะออกมาบอกว่าไม่ห่วงอนาคตของตัวเองในถิ่นเชลซีสักเท่าไร

ตอนนี้ อันโตนิโอ คอนเต้ ไม่ได้เดือดร้อนอย่างที่เราคิดกันไว้เท่าไร เค้าบอกว่าเค้ายังทำงานให้กับเชลซีอย่างเต็มที่ ใส่ทุกอย่างที่มีเหมือนเดิม แม้ว่าสถานการณ์ของทีมตอนนี้ไม่ดีเอาเสียเลย ล่าสุด คอนเต้ พาทีมเชลซีไปโดนอริร่วมเมืองอย่าง สเปอร์ส เอาชนะมาได้ 2-1 ชัยชนะนัดนี้ถือว่ามีความหมายทั้งตารางคะแนน และ ประวัติศาสตร์ของพวกเค้ามาก ด้านตารางคะแนน ผลแพ้นัดนี้ทำให้ เชลซี แช่อยู่อันดับ 5 เหมือนเดิมพร้อมกับปล่อยให้ สเปอร์ส อันดับ 4 ทำคะแนนทิ้งห่างไปเป็น 8 แต้มในขณะเหลือการแข่งขันอีกเพียงแค่ 7 เกมเท่านั้น

สองเกมนี้ยังเป็นแค่แรกในรอบ 28 ปีที่สเปอร์ส สามารถบุกมาชนะเชลซีถึงถิ่นได้ ครั้งก่อนต้องย้อนไปเดือนกุมภาพันธ์ 1990 โน่นเลย ล่าสุดหลังจากโดนถามเรื่องอนาคตที่คาดกันว่าเจ้าตัวอาจจะโดนปลดช่วงหน้าร้อนนี้ เจ้าตัวตอบอย่างไม่เครียดเท่าไรว่า ผมไม่กังวลเรื่องนี้เท่าไร ผมและผู้เล่นทุกคนต่างทุ่มเททุกอย่างเพื่อทำให้มันออกมาดีที่สุด ส่วนเรื่องผลลัพธ์เราค่อยมาดูกันว่าจะเป็นอย่างไร