โรเว็ตต์ ยังหวัง บัตแลนด์ จะอยู่กับ สโต๊ค ต่อไป

โรเว็ตต์ ยังหวัง บัตแลนด์ จะอยู่กับ สโต๊ค ต่อไป

แกรี่ โรเว็ตต์ ผู้จัดการทีม สโต๊ค ซิตี้ ยืนยันว่าอยากจะเห็น แจ็ก บัตแลนด์ ผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษ ยังคงอยู่กับสโมสรต่อไปในฤดูกาล 2018-19 แม้ว่าจะต้องเล่นในลีกแชมเปี้ยนส์ชิพ ก็ตาม ทีมช่างปั้นหม้อ ต้องตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เมื่อจบฤดูกาลที่อันดับ 19 ด้วยการมี 33 คะแนน และเสียประตูไปถึง 68 ลูก หลังจากตกชั้น บัตแลนด์ ก็เป็นข่าวว่าได้รับความสนใจจาก เชลซี แต่ โรเว็ตต์ มั่นใจว่าผู้รักษาประตูรายนี้จะยังคงอยู่เฝ้าเสาให้กับทีมตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาลที่จะพบกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในวันอาทิตย์

โรเว็ตต์ กล่าวในการแถลงข่าวก่อนการแข่งขัน “ผมคิดว่าเขาจะอยู่ที่นี่ ผมหวังว่าเขาจะอยู่ ในความเป็นจริงเราก็ยังไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นได้ ตอนนี้ผมสามารถตอบสนองและตอบสิ่งที่อยู่ข้างหน้าได้เท่านั้น คำตอบคือ เราไม่ได้รับข้อเสนอใดๆที่สโมสรรู้สึกว่ามีความพิเศษที่เหมาะสม แจ็ก ยังไม่ได้ทำสิ่งใดให้เห็นว่าอยากจะย้ายทีม และเขายังมีสัญญากับเรา เขายังคงเป็นผู้รักษาประตูคนเดิม และก็ยังมีความสามารถเหมือนเดิม และเราทุกคนรู้ดีว่าเขาเป็นผู้รักษาประตูที่สามารถเล่นได้กับสโมสรชั้นนำทั้ง 6 ทีม” ก่อนหน้านี้ สโต๊ค เสียผู้เล่นชุดใหญ่ออกจากทีมไปแล้วถึง 7 คน นับตั้งแต่ต้องตกชั้นลงมาจากพรีเมียร์ลีก

Los Angeles FC เตรียมรับมือ พอร์ทแลนด์ ทิมเบอร์ส

วิเคราะห์บอล Los Angeles FC เตรียมรับมือ พอร์ทแลนด์ ทิมเบอร์ส

เกมในวันนี้มาอยู่กันที่ USA โอเพ่น คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ระหว่างทีม Los Angeles FC ที่ตอนนี้ฟอร์มอยู่ในช่วงขาขึ้น จะต้องเปิดสนามพบกับ ทีมอันดับ 7 ของลีกอย่าง พอร์ทแลนด์ ทิมเบอร์ส มาดูกันที่ผลงานในช่วงหลังของแต่ละทีมกันก่อน ทางเจ้าบ้านนั้นไม่ธรรมดาเลยที่เดียว 5 นัดหลังสุดไม่แพ้ใครเลย และยิงไปถึง 12 ประตู ส่วนทางผู้มาเยือนนั้นก็ผลงานดีไม่ต่างกัน ชนะ 3 เสมอ 2 เสียเพียงแค่ 4 ประตูเท่านั้น

วันนี้ขอให้โฟกัสไปที่ทีมเยือนเห็นจะดีกว่า จากสถิติการพบกันเป็น พอร์ทแลนด์ ที่ทำได้ดีกว่ารวมไปถึงนัดล่าสุดที่พึ่งพบกันพวกเขาสามารถต่อกรกับอีกฝั่งได้อย่างสูสี เก็บผลเสมอมาได้ ทางด้านเจ้าถิ่น การเจอทีมชื่อชั้นใกล้เคียงกันนั้น ถือว่าไม่ค่อยประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่ ยังเก็บชัยชนะไม่ได้เลย ราคาบอลเปิดมาที่ เจ้าบ้านต่อครึ่ง ควบลูก มองดูแล้วฝั่งของทีมเยือนน่าจะเป็นผลดีกว่า แล้วยิ่งเป็นบอลถ้วย ที่เห็นผลการแข่งขันเป็นเรื่องสำคัญ น่าจะสามารถทำให้เจ้าถิ่นมีปัญหาไม่น้อย

ผลบอลวันนี้ : Los Angeles FC 0-0 พอร์ทแลนด์ ทิมเบอร์ส

สื่อลือ ผี ยังไม่เลิกสน เบล

สื่อลือ ผี ยังไม่เลิกสน เบล

ตลาดซื้อขายนักเตะในช่วงซัมเมอร์นี้เริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่ายังอยู่ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก ล่าสุดมีรายงานว่า “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่จากศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังไม่ละความพยายามในการคว้าตัว แกเร็ธ เบล ปีกจรวดทีมชาติเวลส์มาร่วมทัพให้ได้ในช่วงซัมเมอร์นี้หลังเชื่อกันว่า เบล จะไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของกุนซือคนใหม่อย่าง ชูเลน โลเปเตกี

แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาเคยมีปัญหากับซีเนอดีน ซีดาน แต่กุนซือชาวฝรั่งเศสลาออกไปแล้วก็ตาม โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือใหญ่แห่งทัพ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวยังคงให้ความสนใจในการดึงตัว แกเร็ธ เบล ดาวเตะปีกจรวดของทัพ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด มาร่วมทีมให้ได้ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้หลังเชื่อว่าเบลจะพยายามหาทางย้ายออกจากถิ่นซานติอาโก เบอร์นาบิว เนื่องจากไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของกุนซือใหม่แกะกล่องอย่าง ชูเลน โลเปเตกี ขณะเดียวกันมีรายงานเพิ่มเติมว่าแมนฯ ยูฯ ยังหันไปให้ความสนใจคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่มีข่าวจะย้ายไปเล่นกับ “ม้าลาย” ยูเวนตุส โดยเชื่อว่าพวกเขาพร้อมตัดหน้าทัพ “เบียงโคเนรี่” ในการดึงดาวเตะรายนี้กลับถิ่นเก่า

นักเตะทีมชาติรัสเซีย

วิเคราะห์ศึกหน้าแข้ง รัสเซีย VS โครเอเชีย

เป็นที่ฮือฮากันมากสำหรับบอลคู่นี้ เปิดศึกดวลกันเพื่อชิงเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย รัสเซีย ปะทะแข้ง โครเอเชีย ทางด้านเจ้าถิ่นก็มีความโหดพอตัว ส่วนทางด้านทีมเยือนก็เก๋าไม่แพ้กันเลย ต้องเป็นศึกที่ปะทะกันได้อย่างสุดมันส์ บอลเดือดคู่นี้ถ้าหากวัดกันที่ประสบการณ์ต้องเป็นของรัสเซีย แต่ถ้าเป็นผลงานคงจะต้องเป็นโครเอเชียที่มีประสิทธิภาพและดูเหนือกว่า โดยการที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดคือโค่นเทพบอลอย่างอาร์เจนตินาไป 3-0 เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นและเซอร์ไพร์มาก ไม่มีใครเชื่อว่าพวกเขานั้นจะสามารถพลิกเกมส์เอาชนะทีมฟ้าขาวได้อย่างง่ายดาย นี่เป็นบทพิสูจน์ของพวกเขาแล้วว่าทีมที่ทุกคนมองแข็งแกร่งอาจไม่ได้ชัยชนะเสมอไป แมตซ์นี้คงต้องยกหน้าที่ชัยชนะให้กับโครเอเชียไป

รัสเซียก็เป็นอีกทีมที่ดูมีความสามารถและน่ากลัวอยู่ในตัว แต่ฟอร์มในปีนี้พวกเขาดูไม่สู้เท่าทีมต่อสักเท่าไร ทั้งคู่เคยเปิดศึกดวลกันมาแล้วและรัสเซียก็ยังไม่สามารถเอาชนะทีมต่อได้เลยสักครั้ง นี่จึงเป็นจุดอ่อนที่ทำให้หลายๆคนมองว่ายังเป็นรองจากโครเอเชียอยู่ แต่ทีมต่อก็อย่าพึ่งนิ่งนอนใจไปเพราะระดับเจ้าบ้านคงไม่ยอมไปให้ประตูหลุดไปง่ายๆแน่นอน ต้องมารอลุ้นไปพร้อมกันในวันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม 2561 เวลา 01.00 ตามประเทศไทย ฟันธงบอลคู่นี้ได้ว่า โครเอเชียจะสามารถเก็บชัยมาได้ชิวๆ 2 เม็ด

ทำนายผลบอลล่วงหน้า : รัสเซีย 1-2 โครเอชีย

เป๊ป กวาร์ดิโอลา

5 นักเตะที่เกลียด เป๊ป กวาร์ดิโอลา

แน่นอนว่า เป๊ป กวาร์ดิโอลา ในเวลานี้คือ 1 ในผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในโลกอย่างไม่มีข้อสงสัย สำหรับกลยุทธ์และรูปแบบการเล่นของเขาและยังสำหรับการชนะถ้วยรางวัลในทุกที่ที่เขาไปคุมทีม นอกเหนือจากสิ่งนี้แล้วเขายังได้รับการยกย่องว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในการปั้นนักเตะระดับโลก เลโอเนล เมสซี่, เซอร์กี้ บุสเกตส์, เปโดร, เลรอย ซาเน่ เป็นต้น อย่างไรก็ตามมีผู้เล่นบางคนที่เกลียดเขาจนเกือบจะล้มเลิกอาชีพของตัวเองเลยทีเดียว และต่อไปนี้เป็นนักฟุตบอล 5 คนที่เกลียด เป๊ป กวาร์ดิโอลา

1. ดันเต้

ดันเต้ และ เจอโรม บัวเต็ง กลายเป็นปราการหลังคู่กลางระดับโลก พวกเสียแค่ 15 ประตูในบุนเดสลีกาเมื่อเล่นด้วยกันทำให้เชื่อกันว่าน่าจะเป็นความหวังของทีมไปอีกนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากชนะเลิศ 3 รางวัลภายใต้ จุ๊ป ไฮย์เกส
อย่างไรก็ตามหลังจาก เป๊ป กวาร์ดิโอลา เข้ามาจัดการเขี่ยดันเต้ ออกจากทีม เหตุผล? ดันเต้ไปผิดพลาดแบบโง่เง่าในเกมแรกของกุนซือชาวสเปน ด้วยการทำเข้าประตูตัวเอง หลังจากนั้นเป๊ปก็ขายดันเต้ทิ้งไปแบบไม่ใยดี

2. อเล็กซานเดอร์ เคล็บ

เคล็บ เป็นการเซ็นสัญญาครั้งแรกของเป๊ปที่บาร์เซโลน่า แต่เขาไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาลและในเดือนมีนาคม 2009 เคล็บ ตัดสินใจว่าเขาไม่ต้องการเน่าเปื่อยอยู่บนม้านั่งที่คัมป์นู ซึ่งเป๊ปมองว่าเคล็บไม่ใส่ใจที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นโดยเฉพาะเรื่องของภาษา

3. ยาย่า ตูเร่

เมื่อ กวาร์ดิโอลา มาคุมทีมเขาต้องการเริ่มต้นด้วย เซอร์กี้ บุสเกตส์ ทำให้กองกลางชาวไอวอรี่โคสต์ รู้สึกเหมือนคนจรจัดและทั้ง 2 คนแทบไม่ได้พูดคุยกันเลย เขาก็เริ่มมองหาการย้ายออกไปจากคัมป์นู ในที่สุดเมื่อเขาได้ข้อเสนอจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้ว่าเป๊ปได้ตัดสินใจที่จะพูดกับเขาแต่มันก็สายเกินไปแล้ว 6 ปีต่อมา “ความบาดหมาง” ยังคงดำเนินต่อไปที่เอทิฮัดด้วย ตูเร่ถูกทิ้งอีกครั้งเมื่อเป๊ปมาถึงและยืนยันว่ากองกลางรายนี้และเอเย่นต์ของตูเร่ ต้องขอโทษเขาสำหรับความคิดเห็นที่พวกเขามีต่อตนเอง

4. ซามูเอล เอโต้

เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่เปิดเผยมากที่สุดตลอดกาล เขาได้พูดถึงทุกสิ่งทุกอย่างและได้ชี้แจงชัดเจนว่าเขาไม่ชอบเป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการชาวสเปนไม่เต็มใจที่จะให้เอโต้อยู่ที่สโมสรแม้ว่าเขาจะเป็นคนสำคัญของทีม ในช่วงฤดูร้อนเอโต้และเป๊ป กลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งเมื่อ อินเตอร์ มิลาน พบกับ บาร์เซโลน่า ในรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก “เขาจับมือกับผมตอนที่ผมอยู่ที่อินเตอร์ แต่นนั่นเป็นแค่หน้ากล้องทีวี แต่หลังการแข่งขันเขาไม่ได้ทักทายผม” เอโต กล่าว

5. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

ซลาตัน เป็นนักเตะกองหน้าที่ดีที่สุดคนหนึ่งในโลกที่มาพร้อมกับความคาดหวังที่สูงลิบ แต่ดูเหมือนว่าเป๊ปและซลาตันจะไม่สามารถทำงานได้โดยเฉพาะในรูปแบบการเล่นที่เป๊ปให้ความสำคัญกับเมสซี่ในการเป็นศูนย์กลางในเกมส์รุก ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับดาวยิงสวีดิชที่ต้องปรับตัวและกลายเป็นความขัดแย้งเรื่อยมาจนสลาตันต้องไปจากทีมในที่สุด

เลาตาโร่ มาร์ติเนซ เตรียมเข้า อินเตอร์ มิลาน

เตเบซ เผย อินเตอร์จะรัก เลาตาโร่

คาร์ลอส เตเบซ อดีตกองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่า เชื่อว่าสโมสร อินเตอร์ มิลาน จะต้องรัก เลาตาโร่ มาร์ติเนซ กองหน้าดาวรุ่งเพื่อนร่วมชาติอย่างแน่นอน เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ซึ่งจะเข้ามาเล่นให้กับสโมสรงูใหญ่ ด้วยค่าตัวประมาณ 25 ล้านปอนด์ ในช่วงซัมเมอร์นี้และมาพร้อมกับชื่อเสียงที่กำลังโด่งดัง โดยนักเตะวัย 20 ปีได้ทำประตู 17 นัดใน 25 นัดในฤดูกาลล่าสุดให้กับสโมสร ราซิ่งคลับ และเคยถูกเรียกตัวติดทีมชาติอาร์เจนตินาชุดใหญ่มาแล้วด้วย

“เขาเป็นนักเตะอะไรนะเหรอ เขาหิวกระหาย ไร้ความปรานีและมีพรสวรรค์ทางเทคนิค เขาทำให้ผมนึกถึงตัวเองเมื่อไม่กี่ปีก่อน เขาเป็นนักเตะหนุ่มอาเจนไตน์ที่ดีมากและจะดีมากขึ้นเรื่อยๆ อินเตอร์เซ็นสัญญากับเขาและพวกเขาจะต้องรักนักเตะคนนี้ ผมกลับไปที่โบคาร์ หลังจากกลับจากการไปเล่นที่จีน แต่ผมก็บาดเจ็บกล้ามเนื้อ”

“และผมก็มั่นใจว่า พออายุมากขึ้นการรักษาตัวจะใช้เวลานานกว่าเดิม ผมไม่สามารถไปฟุตบอลโลกได้ แค่มองไปที่ อิคาร์ดี้ เมาโร เป็นนักเตะชั้นนำ แต่การแข่งขันก็มีมาก ดิบาร์ล่า และ อิกัวอีน ก็ไม่สามารถมองข้ามได้ ผมหวังว่าจะมีฟุตบอลโลกที่ยอดเยี่ยมจากพวกเขา”

ความผิดพลาดของมูริณโญ่

ข้อผิดพลาดของมูริญโญ่ ในฤดูกาล 2018

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้ว่าการจบในอันดับที่ 2 จะไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่แฟนบอลทีมปีศาจแดงคาดหวังเอาไว้แน่นอน โดยเฉพาะการมีกุนซือที่ได้ชื่อว่าเก่งที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้อย่าง โชเซ่ มูริญโญ่ คุมทีม รวมทั้งการซื้อนักเตะค่าตัวแพงระดับโลกอย่าง ปอล ป็อกบา และการดึงนักเตะระดับ อเล็กซิส ซานเชส มาร่วมทีมด้วยค่าเหนื่อยมหาศาล ทำให้ความคาดหวังมีมากขึ้นและควรจะได้ลุ้นมากกว่านี้แต่กลับล้มเหลวอย่างรวดเร็ว แถม ผลบอลเมื่อคืน ก่อนหน้านนี้ เจ้าตัวก็พาทีมอดถ้วยเอฟเอคัพอีกต่างหาก

ทำลายสปิริตในทีมด้วยตัวเอง

การวิพากษ์วิจารณ์นักเตะของตัวเองออกอากาศ เป็นสิ่งต้องห้ามที่ไม่ควรทำแต่มูริญโญ่ก็ทำมันหลายครั้ง หลายครั้งที่กุนซื้อโปรตุกีสเลือกปกป้องตัวเอง โดยโยนความผิดพลาดให้กับนักเตะแทน ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่คนอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตนายใหญ่ของปีศาจแดงไม่เคยทำแม้ว่าลูกทีมจะทำเรื่องผิดผลาดร้ายแรงแค่ไหนก็ตาม

การใช้นักเตะผิดวิธี

ปอล ป๊อกบา คือความคาดหวังเมื่อย้ายมาด้วยสถิติโลก แม้ มูริญโญ่ เลือกใช้ป๊อกบาในฐานะมิดฟิดล์ตัวรับ แทนที่จะให้เจ้าตัวเล่นในบทบาทเกมส์รุกเหมือนที่เคยเล่นให้กับยูเวนตุสต้นสังกัดเก่า รวมทั้งกับในทีมชาติฝรั่งเศส ทำให้ศักยภาพของปํอกบา ลดลงจนบางทีกลายเป็นตัวตลกและการวิจารณ์ของแฟนบอลปีศาจแดงเอง

เล่นเกมส์รับมากเกินไป

สไตล์การทำทีมของมูริณโญ่ไม่ยังคงเหมือนเดิมคือเน้นความเหนียงแน่นในเกมส์รับ แต่นั่นก็ทำให้ทีมเสียแต้มไปอย่างน่าเสียดายในหลายๆครั้ง ทั้งที่จริงๆแล้วศักยภาพของนักเตะในทีมการเล่นเกมส์รุกสามารถทำได้ดีกว่านี้ ซึ่งนี่ทำให้แฟนปีศาจแดงไม่พอใจอย่างมาก

เซ็นต์สัญญากับ อเล็กซิส ซานเชซ

อเล็กซิส ซานเชซ เป็นนักเตะระดับโลกก็จริง แต่หากดูคุณภาพของเขาในหลายๆเกมส์จะพบว่าเขาไม่ได้เล่นคุ้มค่าเหนื่อยที่ทีมปีศาจแดงจ่ายให้ แถมการมาของซานเชสนั้นดูเหมือนจะทำให้มีผลเสียต่อดาวรุ่งของทีมคนอื่นๆ มากกว่าจะเป็นผลดีทั้ง มาคัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โดยเฉพาะรายหลังฟอร์มกลงไปจนทำให้คาดกันว่าเจ้าตัวเตรียมจะไปจากทีมในเร็วๆนี้ด้วย เพราะในระยะหลังดาวเตะฝรั่งเศสดูจะไม่พอใจการกระทำของทีมหลายครั้ง ซึ่งเริ่มตั้งทีมยกเสื้อเบอร์ 7 ของเขา ให้กับ ซลาตัน อิบราฮิมโมวิช มาเมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน ดังนั้น ในฤดูกาลหน้าจะเป็นบททดสอบที่ชัดเจนที่สุดว่ามูริโญโญ่จะยังเหมาะกับการเป็นผู้จัดการทีมปีศาจแดงหรือไม่

รูเบน เนเวส ผู้กำลังจะมาแทน เอมเร่ ชาน

รูเบน เนเวส ผู้กำลังจะมาแทน เอมเร่ ชาน

ไม่เพียงแค่การจากไปของคูติญโญ่ที่ทิ้งช่องโหว่ในแดนกลางให้ลิเวอร์พูลเอาไว้ แต่หลังจบฤดูกาลนี้หงส์แดงยังต้องเสีย เอมเร่ ชาน มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมันไปอีกคนถึงแม้ว่าจะยังไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางของชานจะอยู่ที่ไหนกันแน่ ทำให้ลิเวอร์พูลจำเป็นต้องมองหากองกลางคนใหม่เข้ามาเสริมทีมเพราะเท่าที่มีอยู่นั้นไม่พออย่างแน่นอน เราะจะเหลือแค่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน,จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม,อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และเจมส์ มิลเนอร์เท่านั้น ไม่รวมที่ได้มาก่อนหน้านี้อย่าง นาบี้ เกอิต้า

แม้ว่าจะดูเหมือนเยอะแต่ก็ต้องบอกว่าทั้งหมดนั้นยังไม่น่าจะพอที่จะยกระดับทีมให้ประสบความสำเร็จได้ อีกทั้งมิลเนอร์เองก็อายุมากขึ้นกว่าที่จะเป็นตัวหลัก ไวจ์นัลดุมเอก็ฟอร์มไม่สม่ำเสมอ เช่นเดียวกับแชมเบอรืแลนที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย จึงไม่แปลกที่หงส์แดงจะมีข่าวกับนักเตะกองกลางอยู่เรื่อยๆ อย่างก่อนหน้านี้ก็คือ จอร์จินโญ่ กองกลางบราซิลที่เลือกเล่นให้กับทีมชาติอิตาลี แต่ดูเหมือนว่าจะเจอกระดูกชิ้นโตอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่พร้อมจะทุ่มเงินมาร่วมทีมเช่นกัน แต่ที่มาแรงในเวลานี้ก็คือ รูเบน เนเวส เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติโปรตุเกสของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ในลีกแชมเปี้ยนชิพ ที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้า ซึ่งฟอร์มของเนเวสนั้นโดดเด่นมากจนทำให้หลายทีมจับตามอง เจ้าตัวเพิ่งจากย้ายมาจากปอร์โต้ยักษ์ใหญ่ของลีกโปรตุเกสมาในฤดูกาลที่ผ่านมานี่เองท่ามกลางความแปลกใจของหลายๆคนเพราะคิดว่าเจ้าตัวควรไปเล่นให้กับทีมใหญ่ๆมากกว่าหากเทียบกับระดับฝีเท้า

แต่ว่าเนเวสเชื่อคำแนะนำของ ฮอร์เก้ เมนเดสหรือจอร์จ เมนเดส ซุปเปอร์เอเย่นต์ที่ดูแลนักเตะหลายๆคน รวมถึงคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ด้วย ว่าให้ลองมาหาประสบการณ์ในแชมเปี้ยนชิพของอังกฤษก่อนที่ก้าวไปเล่นให้ทีมที่ใหญ่กว่า ซึ่งเนเวสก็ทำได้ดีมากอย่างที่เมนเดสคิดเอาไว้ โดยจุดเด่นของเนเวสนั้นก็คือการทำเกมส์และการยิงประตูจากนอกกรอบเขตโทษ เพราะฤดูกาลนี้เนเวสยิงไป 6 ประตูจากนอกกรอบเขตโทษเลยทีเดียว ซึ่งก็น่าจะเป็นตัวแทนที่ดีของเอมเร่ ชาน หรือแม้แค่ตูติญโญ่เองก็ตาม เพราะช่วงหลังๆมานี่ประตูของลิเวอร์พูลจากนอกกรอบเขตโทษนั้นมีให้เห็นน้อยมาก

ซึ่งโอกาสของเนเวสกับลิเวอร์พูลนั้นน่าจะมีมากกว่าจอร์จิญโญ่ เพราะเมนเดสเองดูเหมือนจะเป็นคนกำหนดชะตาของเนเวสมากกว่าต้นสังกัดอย่างวูล์ฟแฮมป์ตัน และแนวโน้มตอนนี้เมนเดสน่าจะเลือกหงส์แดงเป็นสโมสรใหม่ของมิดฟิลด์ดาวรุ่งรายนี้อย่างค่อนข้างแน่แล้ว ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่าง 2 สโมสรในอีกไม่นานนี้นั่นเอง

5 ว่าที่นายใหม่ของปืนใหญ่ อาร์เซน่อล

5 ว่าที่นายใหม่ของปืนใหญ่ อาร์เซน่อล

หลังจากอาร์แซน เวนเกอร์ ประกาศปิดตำนานการคุมทีม ปืนใหญ่ อาร์เซน่อลไปหลังจบฤดูกาลนี้ทำให้ทีมปืนใหญ่ต้องมองหาผู้จัดการทีมคนใหม่เพื่อมารับหน้าที่แทนเวนเกอร์ที่คุมทีมมาอย่างยาวนานกว่า 22 ปี ไปดูกันดีกว่าว่า ว่าที่นายใหม่ของอาร์เซน่อลมีใครกันบ้าง

  1. คาร์โล อันเชลอตติ

อาจเรียกได้ว่าเป็นกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เคยมีมาบนโลกก็ได้ เพราะไม่ว่าไปคุมทีมใดก็ตามจะพาทีมได้แชมป์ลีกเสมอ ตั้งแต่ที่บ้านเกิดกับ ยูเวนตุสและเอซีมิลาน ในอังกฤษกับเชลซี ฝรั่งเศษกับปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง สเปนกับเรอัลมาดริดและล่าสุดกับแชมป์บุนเดสลีกากับบาเยิร์นมิวนิก ซึ่งไม่มีผู้จัดการทีมคนไหนในโลกเคยทำได้ อัลเชลอตติจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดแถมยังว่างงานด้วย แต่ปัญหาก็อาจจะเป็นเรื่องที่ทีถ้าสังเกตให้ดีภายหลังจากทีมประสบความสำเร็จแล้วอยู่ๆฟอร์มก็จะตกลงไปแบบน่าแปลกใจ หากว่าอาร์เซน่อลเลือกต้องการคนทำทีมในระยะยาวแบบเวนเกอร์อัลเช่อาจจะยังไม่ใช่คำตอบก็ได้

  1. ดิเอโก ซิเมโอเน่

ผู้จัดการทีมของแอตเลติโก มาดริด ได้รับการยอมรับในฝีมืออย่างมากในช่วงหลายฤดูกาลหลังมานี้ เพราะเป็นคนเปลี่ยนทีมตราหมีให้ขึ้นมาทาบชั้น 2 ทีมยักษ์ใหญ่ของสเปนได้อย่างน่าชื่นชม แต่ปัญหาก็คือทีมตราหมีคงไม่มีวันปล่อยกุนซือคนเก่งไปง่ายๆแน่นอน

  1. มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี

เป็นกุนซืออิตาเลียนอีกคนที่ระยะหลังทำผลงานการคุมทีมได้ดีทั้งกับเอซีมิลาน และช่วงหลังกับยูเวนตุส อัลเลกรีได้รับความชื่นชมอย่างมากว่าเป็นกุนซือที่มีแท็กติกการเล่นที่หลากหลาย แถมทำทีมที่ไม่น่าเบื่อเหมือนกับกุนซืออิตาเลียนคนอื่นๆด้วย

  1. โทมัส ทูเคิ่ล

แม้ว่าจะไม่มีถ้วยรางวัลหรือเกียรติประวัติมากมายเหมือนคนอื่น แต่ก็เป็นผู้จัดการทีมอายุน้อยที่ไฟกำลังแรง สามารถเค้นเอาศักยภาพนักเตะออกมาได้ดี โดยเฉพาะกับปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง กองหน้าปืนใหญ่ในเวลานี้ที่หากจะบอกว่าเป็นเพราะทูเคิ่ลนี่เองที่ดึงเอาความสามารถของกองหน้ารายนี้ออกมาได้

  1. เธียร์รี่ อองรี

เป็นตำนานของอาร์เซน่อล ที่แน่นอนว่าบารมีของอองรีนั้นมีเต็มเปี่ยมอย่างแน่นอน และหากปืนใหญ่เสนอตำแหน่งให้ก็มีโอกาสสูงที่เจ้าตัวจะยอมรับ แต่ปัญหาของอองรีก็คือไม่มีประสบการณ์คุมทีมเลยแม้แต่น้อยการเอามาคุมทีมปืนใหญ่เวลานี้จึงดูมีความเสี่ยงกับการจะล้มเหลวมากเกินไป

โรม่า กับปาฏิหาริย์แห่งกรุงโรม

โรม่า กับปาฏิหาริย์แห่งกรุงโรม

เกมส์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกที่โรม่า สามารถกลับมาเอาชนะเต็ง 1 ของถ้วยใบนี้อย่างบาร์เซโลน่าได้นั้น เป็นสิ่งที่สะท้อนคำพูดที่บอกว่าลูกกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้ ได้เป็นอย่างดี

ในนัดแรกโรม่าก็ถือว่าเล่นได้ดีพอตัว แต่บาร์เซโลน่าวันที่เข้าฝักก็ไม่น่ามีทีมไหนหยุดพวกเขาได้ในเกมส์รุก ทำให้โรม่าแพ้ไปค่อนข้างขาดลอย 4-1 แต่การที่โรม่าทำประตูได้ 1 ลูกก็เป็นเหตุผลสำคัญมากที่ทำให้โรม่าได้เข้ารอบตามกฎอเวโกล์ ในขณะที่นัดที่ 2 สกอร์ที่ตามหลังบาร์ซ่าอยู่ถึง 3 ทำให้โรม่าไม่เหลือทางเลือกมากนักที่ต้องเปิดเกมส์รุก หากแต่ว่าปกติแล้วทีมจากอิตาลีกับการเล่นเกมส์รุกดูจะไม่ใช่ของถนัดและการเจอกับบาร์ซ่าที่เล่นบอลเร็วได้อย่างแม่นยำทำให้หลายคนคิดว่าเกมส์นี้มันจบไปตั้งแต่นัดก่อนแล้ว

แต่โรม่าก็ทำสิ่งที่แฟนบอลบางคนเรียกว่า “ปาฏิหารย์แห่งกรุงโรม” ด้วยการไล่บี้บาร์ซ่าจนสียขบวน ซึ่งใครที่ดูเกมส์นั้นก็คงคิดเหมือนๆกันว่านานแค่ไหนที่ไม่ได้เห็นยอดทีมอย่างบาร์เซโลน่าต้องเปิดตำราเกมส์รับการแบบหัวหมุน เพราะปกติจะเป็นนาร์ซ่าที่ไล่กดดันคู่แข่งและครองเกมส์ได้เหนือกว่าตลอดแม้แต่การเจอกับทีมใหญ่ด้วยกันอย่างเรอัล มาดริดก็ตาม บาร์ซ่าก็ยังดูครองบอลได้เหนือกว่าโดยเฉพาะในช่วงหลังๆที่ทั้ง 2 ทีมเจอกัน

แล้วโรม่าก็ทำได้สำเร็จโดยเฉพาะจากฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นของ เอดิน เซโก้ หัวหอกทีมชาติบอสเนีย ที่ป่วนกองหลังบาร์ซ่าทั้งเกมส์ ทั้งยิงประตูและเรียกจุดโทษให้กับทีมได้ จนในที่สุดก็ทำให้โรม่าพลิกสถานการณ์เข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศแบบหักปากกาเซียน ในขณะที่ผู้เล่นคนอื่นก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกันที่ช่วยกันไล่บดจนบาร์ซ่าหมดสภาพของการเป็นยอดทีมที่เราเห็นกันชนชินไปเลย โดยเฉพาะเกมส์นี้เป็นเกมส์ที่เงียบมากของลีโอเนล เมสซี่ สตาร์เบอร์ 1 ของทีม

พอจัดการกับเมซซี่ได้ความน่ากลัวของบาร์ซ่าก็แน่นอนว่าหายไปมากพอสมควร ในขณะที่ผู้เล่นโรม่าที่นอกจากเซโก้แล้ว อีกหลายๆคนก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น คอสตาส มาโนลาส กองหลังทีมชาติกรีซที่บัญชาเกมส์รับได้อย่างแข็งแกร่ง หรือ ดานีเอเล เด รอสซี กองกลางจอมเก๋า ที่อัดกับสตาร์ของบาณ์ซ่าทั้งอิเนสต้า ราคิติช หรือบุสเก็ตได้ดี และยังทำประตูจากจุดโทษได้ด้วย

หากโรม่าจะสร้างปาฏิหาริย์ให้ได้มากกว่านี้รอบต่อไปพวกเขาก็ต้องเจอกับลิเวอร์พูลที่มาถึงรอบรองได้แบบที่หลายคนก็นึกไม่ถึงอีกเช่นกัน และที่สำคัญจะเป็นการพบกันอีกครั้งกับโมฮาเหม็ด ซาล่าร์ อดีตสตาร์ของทีมที่ไปได้ดิบได้ดีเกินคาดในอังกฤษและอาจจะเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดที่จะบอกได้ว่าโรม่าจะไปถึงนัดชิงได้หรือไม่ด้วย